เมื่อผมกลับบ้านเดือนมกราคม
posted on 04 Feb 2009 10:22 by idiopathicช่วงการกลับบ้านของเดือนที่แล้ว 17-26 ม.ค. มีภาระสำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องทำ
คือการไปไหว้ตรุษจีนที่บ้านหลังเดิม(ตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้วครับ) แต่ก็ไหว้ตั้งวันที่ 25
ผมกลับไปถึงกทม.เลยไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน ก่อน 2 วัน 1 คืน
ผมมันพวกบ้านนอกเข้ากรุงครับ ไม่ค่อยรู้จักที่ทางในกทม.ซักเท่าไหร่
เพื่อนผมมารับ แล้วพาไปที่มาบุญครองก่อน(ผมเองต้องไปซือ้ของบางอย่างที่นี่ครับ)
แล้วไปต่อที่ตึกแพลทตินั่มที่ประตูน้ำ เพื่อนผมมันพาเดินกัน ขาลากเลยครับ
ผมซื้อเสื้อผ้าไปเยอะมาก และได้เสื้อผ้าไปฝากคุณมัลลิกาและแฟนเธอด้วยครับ
เช้าวันรุ่งขึ้น ตื่นสายมาก ไปเดินจตุจักรต่อครับ แต่มันจอดรถโคตรไกลอ่ะ
ผมก็บ้าเสือกซื้อหนังสือไป 5000+บาท หนักมาก ร้อนด้วย เกือบตายกันเลยทีเดียวครับ
แล้วเพื่อนผมก็ไปส่งผมที่หมอชิต เพื่อนั่งรถทัวร์ไปลงที่สีคิ้ว
ที่มีแฟนคุณมัลลิกามารอรับ ไปนอนเล่นที่บ้านคุณมัลลิกา
บ้านคุณมัลลิกาอยู่บนเขา ชนิดที่สุดถนนลาดยางยังต้องไปต่อถนนทางลูกรังขึ้นไปอีก 7+ กม.
ไกลมากครับ แต่อากาศก็ดีกว่าในเมืองมากมาย ช่วงที่ในเมืองอากาศหนาว ๆ กัน ที่นี่ 7 องศาครับ
ด้วยความที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 400+ เมตร ทำให้อากาศไม่ร้อนมากนัก
ช่วงหน้าร้อน คนที่ขี้ร้อนต้องอยุ่ในห้องแอร์ตลอดอย่างผม ก็อยู่ได้ด้วยพัดลม 1 ตัว
ผมมานอนเล่นเกลือกกลิ้งให้คุณมัลลิกาเลี้ยง อยู่ 3 วัน ก็เริ่มเบื่อครับ
กูจะไปไหนดีน้า......... จะไปที่ไหนก็ไปคนเดียว น่าเบื่อแย่
เช้าวันที่ 21 ผมเลยเกริ่นกับคุณมัลลิกาว่า
"ม้าๆ เดี๋ยวโอ๋ว่าจะไปหาเพื่อนที่ขอนแก่นแล้วอาจจะไปเที่ยวลาวต่อ"
แล้วก็พูดตามมารยาทว่า "ม้าอยากไปด้วยมั้ยครับ??...."
"ไปได้งัย ไม่มีพาสปอร์ต "
"โอ๊ย..ม้าแค่ข้ามฝั่งไปแค่เวียงจันทร์ ไม่ต้องมีพาสปอร์ตก็ได้ วีซ่าก็ไม่ต้องทำ เอารถเราข้ามไปก็ได้
ไปนอนที่หนองคาย 1 คืน แล้วไปนอนที่เวียงจันทร์อีกคืน แล้วค่อยกลับ"
"จริงเหรอ? ไปกี่วันล่ะลูก แต่ถ้าม้าไปด้วยจะกวนโอ๋ รึเปล่าล่ะลูก? "
อันนี้เค้าเรียกว่าถามดักเชิง ประมาณว่าต้องตอบว่าไม่กวนแน่นอน
"ไม่หรอกม้า ถ้าม้าไม่ไป โอ๋ก็ไปคนเดียวอยู่ดี"
"เออ ๆ อยากไปเหมือนกัน เดี๋ยวไปถามป๊าก่อน ว่าป๊าอยากไปรึเปล่า ป๊า ๆๆๆๆๆ(ตะโกนเรียกมาเลยครับ)"
แล้วเค้าก็คุยกัน 2 คนตายาย บอกมาว่า ยังไม่ได้ซื้อของเข้าร้าน(โชว์ห่วยของเธอ)เพิ่ม
ต้องไปซื้อมาก่อน แล้วเรียกน้องชายคนเล็กมาเฝ้าร้านให้ระหว่างที่ไม่อยู่
คุณมัลลิกาสั่งแฟนเธอ "ลงไปซื้อของวันนี้เลย(ทั้งๆที่สายแล้ว ปกติ ถ้าจะซื้อของ
เค้าจะลงไปกันแต่เช้าครับ) วันพรุ่งนี้จะได้ไปกัน" (แล้วแฟนเธอลงไปซื้อของเลยครับ)
อะไรนี่ตกลงกันรึแล้ว ว่าจะไป อ๊ะ...ใจง่ายทั้งคู่เลยนะนี่
แถมเห่ออีกตะหาก ตอนอยู่บนรถก็โทรบอกคนโน้นคนนี้ว่าจะไปเที่ยวต่างประเทศ 555555
เช้าครับ มาเลย ปลุกผมตั้งกะแปดโมง(ปกติเวลาผมหยุดไปนอนที่บ้านเธอ เธอจะไม่ปลุกครับ
ปล่อยให้นอนกันให้เต็มที่ เธอรู้ว่าผมเหนื่อยเวลาผมมาทำงาน เวลาพักก็เลยปล่อยเต็มที่ครับ)
แต่กว่าจะออกจากบ้านก็ 11โมงกว่า ผมบอกว่าเราจะไปสบายๆ ไม่รีบ
เพราะว่าตั้งเป้าไว้แค่ว่าคืนนี้จะไปนอนที่หนองคาย ให้ถึงหนองคายคืนนี้เป็นพอ
แต่ด้วยสัมภเวสีที่เท้า ทำให้ผมไปถึงขอนแก่นภายในเวลา ไม่ถึง 2 ชม.
(สีคิ้วถึงขอนแก่นประมาณ 210+กม.) 555555
ไปกินอาหารเที่ยง แต่เวลาบ่ายที่ขอนแก่น เมื้อแรกไปกินก๋วยจั๊บเจ้าเก่าในเมือง
ตามสไตล์แม่ผม "มัน..พอกินได้" เสร็จแล้วคุณมัลลิกาเธออยากเปลี่ยนทรงผม
เลยพาคุณมัลลิกาไปตัดผมที่ร้านเก่าแก่ช่วงที่ผมเรียนอยู่ที่ขอนแก่น
แต่เธอไม่จ่ายตังค์อ่ะ..... เธอบอกว่าเธอไม่มีตังค์ หืม?? อะไรนะ
"แล้ว....ม้าจะไปเที่ยวเนี่ย เอาเงินมาเท่าไหร่"
" 200 "
"ห๊า.......200 แล้วถ้ามีเหตุฉุกเฉินอ่ะจะทำงัยล่ะม้า เงินค่ารถกลับบ้านยังไม่พอเลยอ่ะ"
"ไม่เป็นไร ชั้นมากับลูกชั้น ลูกชั้นรวย เค้าออกให้หมดเลย"
โหหหหหหห ช่างกล้ามากกกกกกกกกกกกกก กะไม่ออกตังค์เห็น ๆ เลยอ่ะ
ตัดผมเสร็จ เค้าก็หยอกเอินกันสองคน ว่าตัดออกมาแล้วสวยมั้ย
ม้า......."ป๊าๆ ม้าตัดทรงนี้แล้วเป็นงัย "
ป๊า...... "เหมือนได้เมียใหม่ ไฉไลกว่าเดิม "
โอยๆๆๆๆๆๆๆๆ 5555 ไม่เกรงใจลูกก็เกรงใจอายุมันหน่อยเหอะ
ตัดผมเสร็จก็ตรงดิ่งไปที่หนองคายเลยครับ ไปถึงไปกินข้าวกับรุ่นพี่ผมที่ริมโขง
แล้วก็นั่งกินนมต่อ เสร็จแล้วตรงกลับที่พักทันทีครับ เพื่อเตรียมเที่ยววันรุ่งขึ้นครับ
![]()
![]()
อัพครั้งหน้าจะเป็นตอนของคุรมัลลิกา ณ เวียงจันทร์ ครับ
คิดถึงคนอ่านนะนี่ แต่ไม่ค่อยมาอัพ
เพราะเราอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ

....พูดโคตรดัง...กลางงานเลยอ่ะ กลัวแม่ค้าเดินออกมาตบสุด ๆ
)